ลองขับ Mazda CX-5 2.5 เบนซิน Turbo นี่สิ ซูม ซูม ของจริง +รีวิวเวปซื้อประกันรถยนต์ gobear.com

0 Просмотры
Издатель
คลิปนี้เป็นคลิปพิเศษ นะครับ เพราะมี sponsored เนื้่อหาพิเศษคือเกี่ยวกับการเลือกซื้อประกันภ้ยรถยนต์ของ มาฝากแฟนๆด้วยนะครับ
สนใจดูรายละเอียด การเลือกซื้อประกันภัยรถยนต์ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิ๊กได้ที่


พาแฟนๆ มาลองขับ Mazda CX-5 เบนซิน Turbo หรือรุ่นอย่างเป็นทางการคือ Mazda CX-5 TURBO SP AWD ราคาค่าตัวอย่างแรงคือ 1,850,000 บาท!! ถือว่าแพงที่สุดในคลาสรถ SUV สัญชาติญี่ปุ่นในวันนี้แล้ว
เครื่องยนต์รุ่นนี้ เป็นเครื่องเบนซินขนาด ลิตร 2,488 ซีซี.เทอร์โบ แรงม้าสูงสุด 231 แรงม้า ที่ 5,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที แต่ยังคงใช้เกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ SKYACTIV-DRIVE ขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD
ในเรื่องของเกียร์ มาสด้า ยังคงอนุรักษ์นิยมที่ยังคงใช้เกียร์อัตโนมัติอยู่เช่นเดิม ไม่ได้หันไปใช้เกียร์ในตระกูล CVT เหมือนกับค่ายรถแบรนด์อื่นๆ
แต่จุดเด่นของเกียร์อัตโนมัติ ก็คือเรื่องของความมันในการขับขี่ที่สามารถตอบสนองการขับได้ "สนุก" กว่าเกียร์ CVT แต่ข้อเสียคือความนุ่มนวลในการเปลี่ยนเกียร์มีน้อยกว่าเกียร์ CVT อย่างเห็นได้ชัด ซึ่งตรงจุดนี้ก็ต้องแล้วแต่ผู้ขับขี่แล้วว่าจะเลือกแบบไหน แต่มาสด้า ไม่ได้มีให้เลือก
ขณะที่ในเรื่องของรูปร่างหน้าตา ก็ต้องบอกว่า Mazda CX-5 ในรุ่น MY2019 นั้นเป็นรุ่นที่มีหน้าตา "โดนใจ" ลูกค้าชาวไทยไม่น้อย ก็ต้องถือว่าผ่านละครับกับโฉมหน้าแบบนี้
ส่วนการออกแบบภายใน ถ้ามองในเรื่องของ "คุณภาพ" วัสดุภายในบอกคำเดียวว่า "หรูหรา" ตามสไตล์ของมาสด้า อยู่แล้ว แต่น่าเสียดายที่แผงคอนโซลหน้ายังเป็นแผงคอนโซลมาสด้าในเวอร์ชั่นเก่าอยู่ ยังไม่ได้เปลี่ยนมาเป็นคอนโซลหน้าแบบมาสด้า 3 โฉมใหม่ เลยทำให้ความทันสมัยหายไปพอควร
และที่ผมชอบคือ กระจกหน้าต่างไฟฟ้า ขึ้น-ลงอัตโนมัติ 4 บาน ที่สำคัญมีระบบป้องกันการหนีบ Protection JAM หน้าต่างทั้ง 4 บานด้วย เยี่ยมมาก!!
ราคาค่าตัวที่ ล้านบาท ถือว่าแรงเอาการ ทำให้ มาสด้า ต้องยัด option ใส่เข้าไปใน Mazda CX-5 TURBO SP AWD แบบแน่นเอี้ยดไปหมด เริ่มตั้งแต่หลังคา sun roof เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า ที่ถึงแม้จะไม่ได้ใช้ ไฟหน้า Projector Lens แบบ LED ระบบเปิด-ปิด ไฟหน้า แบบอัตโนมัติ ระบบปรับระดับไฟหน้า สูง-ต่ำ อัตโนมัติ ไฟ Daytime Running Lights แบบ LED Signature ไฟตัดหมอกคู่หน้า แบบ LED และไฟท้าย แบบ LED Signatureแต่มันก็เท่ รวมถึงระบบความปลอดภัย
เรียกว่าไฟใส่ led มาให้ครบทุกดวงเลยก็ว่าได้ แถมยังมีระบบ เปิด-ปิดฝาท้ายด้วยระบบไฟฟ้า Power Tailgate อีกด้วย
แต่ที่ชอบที่สุดคือระบบความปบอดภัยที่ มาสด้าใส่มาใน Mazda CX-5 เบนซิน Turbo แบบเต็มสูบไล่มาตั้งแต่ ระบบไฟหน้าอัจฉริยะ ALH : Adaptive LED Headlamps ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา ABSM : Advanced Blind Spot Monitoring ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA : Rear Cross Traffic Alert
ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS : Lane Daparture Warning System ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS : Lane-keep Assist System ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติ SCBS : Smart City Brake Support แบบ Advanced ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SCBS-R : Smart City Brake Support-Reverse ระบบเตือนการชนด้านหน้า และ ช่วยเบรกอัตโนมัติ SBS : Smart Brake Support
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน MRCC : Mazda Radar Cruise Control แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้ทำงานจนถึงจุดหยุดนิ่ง ซึ่งเป็นไปตามเทคโนโลยีของมาสด้า ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง (คู่หน้า-ด้านข้าง-ม่านนิรภัย) กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา
เรียกว่า option ใน Mazda CX-5 เบนซิน Turbo มีมาครบจริง ไม่ต้องเรียกหาอะไรเพิ่มอีกแล้ว ส่วนเรื่องการขับขี่บอกได้เลยว่า สนุกเหลือเกินครับ ขับได้ความรู้สึก zoom zoom ที่มาสด้าสร้างไว้ได้อย่างดีเลยทีเดียว เหยียบเป็นหลังติดเบาะ ตามที่คุณๆต้องการแน่นอน
แต่ก็ต้องแลกกับอัตราการสิ้นเปลืองที่เพิ่มมากขึ้น โดยอยู่ที่ระดับ 8-10 กม./ลิตร ก็ถือว่าพอรับได้เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ขนาด ลิตรเบนซิน ที่พ่วงด้วยเทอร์โบอีกต่างหาก
ด้านการทรงตัวและช่วงล่าง "ไว้ใจ" ได้ตามสไตล์มาสด้าอยู่แล้ว ขับเร็วไม่ใช่ปัญหา เอาเป็นว่าคุณคุมเขาอยู่หรือเปล่ามากกว่า ช่วงล่างแอบกระด้างนิดๆ ตามธรรมชาติของรถ SUV ของมาสด้าที่ไม่เน้นนุ่มนวล เหมือนนั่งโซฟา
ถามว่าคุ้มหรือเปล่า กับราคาค่าตัว ล้านบาท ถ้ามองในเรื่องความเก่าของหน้าตา ส่วนตัวผมมองว่าไม่คุ้ม แต่ถ้ามองเรื่อง option และความแรงของเครื่องยนต์ที่ขับสนุกแล้ว ถือว่า คุ้มครับ เพราะ Mazda CX-5 เบนซิน Turbo คันนี้ คือรถ SUV ที่ขับสนุกที่สุดในคลาสนี้แล้ว

#มาสด้า #MazdaCX5 #gobear
Категория
Боевики
Комментариев нет.